ความก้าวหน้าการปฏิรูปการศึกษา

         กระทรวงศึกษาธิการได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย) เป็นประธาน

 

ประเด็นสนทนา

ผู้ดำเนินรายการ                   :    ประเด็นเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ไปดำเนินการจัดทำรายละเอียดต่าง ๆ ขณะนี้รายละเอียดความคืบหน้าเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาเป็นอย่างไร

รองเลขาธิการสภาการศึกษา       :     กระทรวงศึกษาธิการได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย) เป็นประธาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายกฤษณพงศ์ กีรติกร และพลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์) เป็นรองประธาน มีผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกเป็น กรรมการ และเลขาธิการสภาการศึกษา (รองศาสตราจารย์ ดร.พินิติ รตะนานุกูล) เป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษาจะดำเนินการขับเคลี่อนการปฏิรูปการศึกษาในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ ๖ คณะ ได้แก่ ๑. คณะอนุกรรมการปฏิรูประบบทรัพยากรและการเงินเพื่อการศึกษา ๒. คณะอนุกรรมการปฏิรูประบบข้อมูลและสารสนเทศทางการศึกษา    ๓. คณะอนุกรรมการปฏิรูประบบการกระจายอำนาจ ๔. คณะอนุกรรมการปฏิรูปกฎหมายการศึกษา ๕. คณะอนุกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้ และ ๖. คณะอนุกรรมการปฏิรูประบบการผลิตและพัฒนาครู ในแต่ละคณะอนุกรรมการฯ มีผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเป็นเลขานุการ การดำเนินงานจะขึ้นอยู่กับประธานของแต่ละคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งดำเนินการจัดประชุม ระดมความคิด จัดทำข้อเสนอแนวทางการดำเนินงาน พร้อมทั้งนำเสนอประเด็นต่าง ๆ เพื่อการปฏิรูปการศึกษา

                                       เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยพลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน และได้มีการรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการฯ ทั้ง ๖ คณะ 

ผู้ดำเนินรายการ                      :     ทราบมาว่าวันนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ทำการหารือเกี่ยวกับเรื่องคุรุทายาท

รองเลขาธิการสภาการศึกษา      :     ถ้าเจาะประเด็นเรื่องคุรุทายาท เป็นของคณะอนุกรรมการปฏิรูประบบการผลิตและพัฒนาครู กระบวนการผลิตครูที่ผ่านมา มีปัญหาในเรื่องการผลิตไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ ซึ่งผู้ใช้หมายถึง หน่วยงานต่าง ๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ฯลฯ กระบวนการผลิตต่างคนต่างผลิต ทำให้จำนวนนักศึกษาครูในปัจจุบันมีตัวเลขเกินกว่าความต้องการค่อนข้างมาก เพราะในแต่ละปีโดยเฉลี่ย ครูที่จะเกษียณอายุมีประมาณปีละ ๒๐,๐๐๐ คน สำหรับปีที่ผ่านมานั้นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดสอบบรรจุ อัตราเกษียณ ๒๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ผู้สมัครประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน แสดงว่า คนที่จบครูในปัจจุบันประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน ในเชิงคุณภาพครูที่ผลิตออกมา หรือบัณฑิตครูที่ยังไม่มีอาชีพเป็นครู ไม่ตรงกับความต้องการของโรงเรียน กระบวนการผลิตนั้นไม่ได้คำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้ 

                                        คุณภาพของครูรุ่นใหม่บางส่วน อุดมการณ์ของความเป็นครูจะลดลง บางคนคิดว่า ครูรุ่นใหม่ไฟแรง แต่เมื่อไปสอนจริง กลับได้รับคำบอกเล่าว่า ครูรุ่นใหม่ค่อนข้างจะไม่สนใจภารกิจอื่นที่นอกเหนือจากการสอน ซึ่งความเป็นครูต้องผูกพันกับศิษย์ ดูแลศิษย์ เพื่อสร้างให้เขาเป็นคนดี    สิ่งเหล่านี้ครูรุ่นใหม่จะหายไป กระแสเรียกร้องต้องการครูคุรุทายาท สมัยก่อน คุรุทายาทจะเป็นบัณฑิตครูที่มีคุณภาพออกไปอยู่ตามพื้นที่กันดาร ทำตนให้มีอุดมการณ์ สร้างสรรค์คุณค่า สร้างสรรค์ประโยชน์ในวงการศึกษา จึงควรนำรูปแบบดังกล่าวมาปลูกฝังในการผลิตครูครั้งใหม่ต่อไป

ผู้ดำเนินรายการ                      :     โครงการคุรุทายาทมีระยะเวลาในการดำเนินงานประมาณ ๑๕ ปี 

รองเลขาธิการสภาการศึกษา     :    กระบวนการผลิตครูจะต้องถูกจัดวางแผนเป็นระบบว่า อนาคตข้างหน้าจะใช้ครูจำนวนเท่าไร และควรวางแผนการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว 

ผู้ดำเนินรายการ                      :     ในปีหนึ่งจะมีครูเกษียณอายุราชการ ประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน ดังนั้นอีก ๑๐ ปีข้างหน้า จะมีครูที่เกษียณอายุราชการประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน ใช่หรือไม่ 

รองเลขาธิการสภาการศึกษา     :     ผมคิดว่าไม่น่าถึง เพราะอัตราครูที่จะเกษียณอายุราชการเป็นไปตามอายุ ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๘ อัตราครูเกษียณจะลดลง เมื่อย้อนหลังไป ๒๐ ปี  ไม่มีการบรรจุครูมากนัก  ในการผลิตครูควรต้องดูอัตราการเกษียณในอนาคต เมื่อถึงปี พ.ศ. ๒๕๖๘ อัตราเกษียณอาจจะเหลือแค่ ๙๐,๐๐๐ คน ในปีถัดไปอาจเหลือประมาณ ๖,๐๐๐ – ๗,๐๐๐ คน ฉะนั้นตัวเลขเหล่านี้ควรอยู่ในแผนการผลิต ครู ถ้าผลิตครูจำนวนมากเกินไปจะทำให้ครูล้นตลาดได้

ผู้ดำเนินรายการ                      :     ทราบว่าทุนที่ให้สำหรับคุรุทายาทมีอยู่ประมาณ ๕.๘ หมื่นทุน เพียงพอแล้วหรือไม่

รองเลขาธิการสภาการศึกษา     :     ถ้านำครูคุรุทายาทมาพิจารณา หมายถึง การรับประกันการมี  งานทำทันทีที่จบ ไม่จำเป็นต้องไปสอบแข่งขันกับคนอื่น ซึ่งถ้ารับครูทั้งหมดเต็มอัตราที่เกษียณ จะส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัยที่ผลิตครูในปัจจุบัน เนื่องจากจะกลายเป็นการแย่งพื้นที่การตลาด คนเหล่านั้นจะตกงานโดยปริยาย กระบวนการกำหนดจำนวนครูแต่ละปีที่เกิดขึ้นควรกำหนดสัดส่วนว่า จะผลิตคุรุทายาทปีละเท่าไร และค่อย ๆ เพิ่มขึ้น คนที่เรียนครูจะได้รู้ว่า ต่อไปนี้จะรับแต่คุรุทายาท พื้นที่ในการสอบแข่งขันจะน้อยลง เพราะฉะนั้นจะมีเพียงคนเก่งจริงเท่านั้นที่จะมาเรียนครูเพื่อสอบบรรจุครู 

ผู้ดำเนินรายการ                      :     หลักเกณฑ์ในการกำหนดให้นักศึกษาที่เข้ารับทุนคุรุทายาทจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อย่างไร

รองเลขาธิการสภาการศึกษา     :     ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดของคณะอนุกรรมการปฏิรูประบบการผลิตและพัฒนาครูว่า วิธีการคัดเลือกควรเลือกเด็กที่เก่ง  ดี  มีจิตใจรักบริการ รักและศรัทธาในวิชาชีพครูเป็นเกณฑ์หลัก ผลการเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ – ๖ เป็นอย่างไร กิจกรรมที่เคยเข้าร่วมนอกเหนือจากการเรียน เช่น เป็นจิตอาสาหรือไม่ มุ่งประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่ ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาคัดเลือก ซึ่งจะต้องติดตามกันในครั้งต่อไป