ประชุมคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ ๖/๒๕๕๘

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ ๖/๒๕๕๘ โดยมี นางสุทธศรี วงษ์สมาน เลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ 

 

                ที่ประชุมมีมติแก้ไของค์ประกอบคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา โดยเปลี่ยนกรรมการฯ ที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง กระทรวงศึกษาธิการ จากเดิมที่แต่งตั้งโดยตัวบุคคลเป็นการแต่งตั้งโดยตำแหน่ง และเปลี่ยนจาก รองศาสตราจารย์ ดร.พินิติ รตะนานุกูล เป็น เลขาธิการสภาการศึกษา ดำรงตำแหน่งกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา   ทั้งนี้ ให้ นางทิชา ณ นคร ที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากขอลาออก

 
 

                ที่ประชุมใช้เวลากว่า ๓ ชั่วโมง เพื่อพิจารณาวาระสำคัญคือ ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หรือ คศม.” นำเสนอร่างโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และเปรียบเทียบกับร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ ซึ่งร่างขึ้นโดยคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และมีข้อแตกต่างกันในหลายประเด็น อาทิ บทบาทของสำนักงานฯ บทบาทของสมัชชาการศึกษา ที่มีความโดดเด่นในร่างฯ ของ สปช.  แนวคิดการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่ใช่ส่วนราชการจะมีบทบาทในการกำกับ ดูแล ควบคุมหน่วยราชการอื่น ๆ มากน้อยเพียงใด  กระบวนการสรรหาตำแหน่ง เลขาธิการของคณะกรรมการนโยบายการศึกษาฯ ต้องเปิดกว้าง สรรหาคนมีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงาน แก้ไขปัญหาบุคลากรในส่วนราชการให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลก ฯลฯ

                นางสุทธศรี วงษ์สมาน เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ประเด็นสำคัญในร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษาฯ ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา คือ มาตรา ๒๕ ในหมวดที่ ๓ ระบุสถานะใหม่ขององค์กรจะเป็นไปในทิศทางใด มีความกังวลเรื่องอำนาจที่จะใช้บังคับ/ยึดโยงกับหน่วยจัดการ การศึกษาทั้งในกระทรวงศึกษาธิการ และนอกกระทรวงฯ หากไม่ปฏิบัติตามนโยบายด้านการศึกษา ทำอย่างไรไม่ให้องค์กรที่จัดตั้งขึ้นใหม่ตามพระราชบัญญัติฯ เป็นแค่เสือกระดาษ หากสั่งการไปแล้วไม่มีใครปฏิบัติตามนโยบายฯ

                 เลขาธิการสภาการศึกษา ได้เสนอแนวคิดให้องค์กรที่จัดตั้งขึ้นใหม่ตามพระราชบัญญัติฯ สมควรมีอำนาจหน้าที่พิจารณาการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยจัดการการศึกษาต่าง ๆ ตลอดจนมีอำนาจในการกำกับ ติดตาม ดูแลการใช้งบประมาณได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการยึดโยงและคานอำนาจระหว่างกัน

                 ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการประมวลข้อสังเกต และข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษาที่เป็นประโยชน์ภายใต้แนวทางให้คณะกรรมการองค์กรที่จัดตั้งขึ้นใหม่ตามพระราชบัญญัติฯ ควรมีความคล่องตัว มีอิสระ ไม่ติดระบบราชการ มีค่าตอบแทนสูง เหมาะสมกับความรู้ความสามารถของผู้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการฯ มีอำนาจกำกับ ควบคุม ดูแลหน่วยราชการด้านการศึกษาอื่น ๆ ได้ตามนโยบายการศึกษา และสร้างเงื่อนไขให้เกิดการปฏิบัติตาม เช่น มติ คณะรัฐมนตรี มีกฎหมายบังคับใช้ที่มีบทลงโทษ ฯลฯ เพื่อสรุปแนวทางปรับแก้ร่างพระราชบัญญัติฯ อีกครั้งในการประชุมครั้งต่อไป

 

ข่าวสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)