คกก.อำนวยการปฏิรูปการศึกษา 8/2558

      พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 8/2558

 

โดยมีประเด็นสำคัญสรุปดังนี้

 

 

การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ

 

 

 

         รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา ศธ.ครั้งที่ 7/2558 เมื่อที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ประชุมให้นำข้อคิดเห็นของคณะกรรมการไปปรับแก้ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมครั้งนี้ได้พิจารณา 

 

         อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นว่ายังมีบางประเด็นที่จะต้องหารือให้ได้ข้อยุติในแนวทางเดียวกันกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เช่น ประเด็นความเป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง ซึ่งควรให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้หรือไม่อย่างไร จึงขอให้ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ คณะกรรมการได้ไปหารือร่วมกันให้ได้ข้อยุติ เพื่อนำเสนอที่ประชุมให้ความเห็นชอบ ก่อนนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

 

 เห็นชอบหลักการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา

 

           นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา เพื่อเป็นกรอบในการกำหนดยุทธศาสตร๋และแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้สถานศึกษามีอิสระและความคล่องตัวในการบริหารจัดการตนเองตามแนวทางการบริหารจัดการที่ใช้โรงเรียนเป็นฐาน ซึ่งหลักการที่สำคัญคือ รัฐต้องการส่งเสริมให้มีการแข่งขันระหว่างสถานศึกษาทุกประเภทที่จะเข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษา โดยมีการจัดหลักสูตรและวิธีการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้ไปได้ไกลที่สุดเท่าที่ความสามารถแต่ละบุคคลพึงมี ทั้งยังต้องการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการระดมทุนและสนองทุนเพื่อการศึกษาให้มีบริการการศึกษาที่ดีและมีคุณภาพเพียงพอต่อผู้รับบริการ และยังเป็นการลดความเหลื่อมล้ำในโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาด้วย 

 

        ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เสนอความเห็นอย่างหลากหลายในการนำระบบการสนองทุนผ่านด้านอุปสงค์มาใช้ เช่น "ต้นทุนทางการศึกษา" ซึ่งรัฐควรมีตัวเลขต้นทุนในการจัดการศึกษาของแต่ละระดับชั้นเรียนให้ชัดเจนเสียก่อนว่าเป็นเงินเท่าไร และรัฐสนับสนุนไปแล้วเท่าไร หรือประเด็น "การให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคลในกำกับ" ที่จะมีอิสระในการบริหารจัดการทั้งเรื่องเงินและบุคลากร อาทิ ผู้บริหารสามารถใช้อำนาจตัดสินใจภายใต้กฎระเบียบที่คณะกรรมการสถานศึกษามอบ ซึ่งมาพร้อมความรับผิดและรับชอบที่สามารถตรวจสอบได้ หรือการบริหารงานบุคคลที่สามารถกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการสรรหาคัดเลือกผู้ที่จะเป็นผู้บริหารสถานศึกษาหรือครูได้เองตามที่สถานศึกษาต้องการ เป็นต้น

 

            ส่วนแนวทางการดำเนินการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษานั้น ที่ประชุมเห็นว่าควรจะต้องนำความเห็นจากที่ประชุม พร้อมทั้งมีการศึกษาเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ให้ลึกซึ้งกว่านี้ จึงมอบให้คณะอนุกรรมการปฏิรูประบบทรัพยากรและการเงินเพื่อการศึกษา นำความเห็นจากที่ประชุมไปพิจารณากำหนดเป็นแนวทางดำเนินการ ซึ่งอาจจัดทำเป็นรูปแบบหรือวิธีการนำร่องที่มีความเหมาะสม เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาต่อไป

 

เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมความเป็นอิสระของสถานศึกษา

 

          รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการของแนวทางการส่งเสริมความเป็นอิสระของสถานศึกษา ตามที่คณะอนุกรรมการปฏิรูประบบการกระจายอำนาจเสนอ เพื่อต้องการให้สถานศึกษาสามารถขับเคลื่อนภารกิจที่ได้รับจากการกระจายอำนาจการบริหารจัดการศึกษาจากส่วนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยยึดหลักการที่สำคัญ 9 ข้อ คือ หลักความเป็นอิสระ หลักความยืดหยุ่นของการบริหารจัดการ หลักการเสริมพลัง หลักความเชื่อถือและไว้วางใจ หลักการมีส่วนร่วม หลักการบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ หลักการบริหารจัดการที่ดี หลักความรับผิดชอบ และหลักการตรวจสอบและถ่วงดุล

 

          ทั้งนี้ เพื่อต้องการให้สถานศึกษามีความเป็นอิสระใน 4 ด้าน คือ ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านงบประมาณ ด้านวิชาการ และด้านบริหารงานทั่วไป โดยให้คำนึงถึง 4 ปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของการกระจายอำนาจ คือ นโยบาย กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โครงสร้างและการแบ่งส่วนราชการ และภาวะผู้นำ

 

              นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นว่าควรนำหลักการดังกล่าวไปกำหนดแนวทางดำเนินการให้มีสถานศึกษานำร่อง ส่วนจะคัดเลือกจากโรงเรียนขนาดเล็กตามโครงการปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียนซึ่งดำเนินการมาแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2558 จำนวน 20 เขตพื้นที่การศึกษาๆ ละ 15 โรงเรียน หรือจะคัดเลือกจากโรงเรียนขนาดกลาง/ขนาดเล็กจำนวนหนึ่งที่มีศักยภาพ ก็ขอให้คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาและเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

 

         นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบแต่งตั้ง "คณะอนุกรรมการปรับปรุงพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ"เพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (พ.ศ.2545) และครั้งที่ 3 (พ.ศ.2553) มีองค์ประกอบคณะกรรมการรวมทั้งสิ้น 27 ราย โดยมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานอนุกรรมการ และผู้อำนวยการสำนักพัฒนากฎหมายการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ

 


 ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี : ถ่ายภาพ

 

         รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงการจัดทำวิสัยทัศน์และกรอบทิศทางการพัฒนาการศึกษา ระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2559-2563) ของกระทรวงศึกษาธิการรวมทั้งการดำเนินการตามโครงการคุรุทายาท จะได้นำเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา หรือซุปเปอร์บอร์ดด้านการศึกษา ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเห็นชอบ ในการประชุมวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคมนี้ต่อไป

 

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน