ความก้าวหน้าการปฏิรูปการศึกษา

          ความก้าวหน้าการปฏิรูปการศึกษา ได้ดำเนินการไปแล้ว ๙ ครั้ง บางเรื่องเป็นเรื่องที่อนุกรรมการฯ ได้นำเสนอต่อที่ประชุม บางเรื่องเป็นเรื่องรับทราบเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่าง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) 

 

ประเด็นเรื่อง             ความก้าวหน้าการปฏิรูปการศึกษา

วัน เวลาออกอากาศ    วันศุกร์ที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๘  เวลา ๐๘.๓๐ – ๐๘.๔๕ น.

วิทยากร                 นายชาญ  ตันติธรรมถาวร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษา

ประเด็นสนทนา

ผู้ดำเนินรายการ          :    ขอเรียนถามผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษา (นายชาญ ตันติธรรมถาวร) เกี่ยวกับความก้าวหน้าของการปฏิรูปการศึกษา และสาระสำคัญที่ได้จากการประชุมคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ ๙/๒๕๕๘ เมื่อวันศุกร์ที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย) เป็นประธานการประชุม

ผอ.สนผ.                    :    ในส่วนของความก้าวหน้าการปฏิรูปการศึกษา ได้ดำเนินการไปแล้ว ๙ ครั้ง บางเรื่องเป็นเรื่องที่อนุกรรมการฯ ได้นำเสนอต่อที่ประชุม บางเรื่องเป็นเรื่องรับทราบเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่าง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อให้ทิศทางการปฏิรูปการศึกษามีความคิดเห็นสอดคล้องกันในทิศทางเดียวกัน

ผู้ดำเนินรายการ        :    ความก้าวหน้าหรือสิ่งที่ได้รับเพิ่มเติมจากการประชุมที่ผ่านมา

ผอ.สนผ.                :    เรื่องสำคัญเรื่องแรกคือ บทบาทของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมีแนวนโยบายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาแยกออกจากกระทรวงศึกษาธิการ และขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี

                               เรื่องกรอบแนวทางการปฏิรูปอาชีวศึกษา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้นำเสนอเข้าที่ประชุม

                               เรื่องยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนาครู มีความเห็นชอบให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี ขณะนี้ดำเนินการอยู่ในช่วงนำเสนอคณะรัฐมนตรี

                               เรื่องการกำหนดห้องเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อลดค่าใช้จ่ายของโรงเรียนขนาดใหญ่และขนาดใหญ่พิเศษ ไม่ให้มีขนาดใหญ่เกินไป ซึ่งมีผลดำเนินการภายใน ๕ ปี ในช่วงนี้โรงเรียนที่มีขนาดใหญ่เกินกว่า Class Size ที่กำหนด ควรลดขนาดของ Class Size ลง และมีการเสนอให้ยกเลิกการสอบ NT ของนักเรียนระดับประถมศึกษา พร้อมทั้งยกเลิกการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเห็นว่า ไม่มีความจำเป็น ควรให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  (สพฐ.) กำหนดแนวทางให้สถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไปพัฒนาระดับการประเมินผลระหว่างเรียนให้มีประสิทธิภาพเพื่อใช้ข้อมูลในการปรับปรุงคุณภาพการศึกษา

ผู้ดำเนินรายการ        :    ผลที่ได้รับจากการประชุมบางเรื่องได้มีการกำหนดไปสู่การปฏิบัติเป็นรูปธรรมได้หรือไม่

ผอ.สนผ.                :    หลายเรื่องได้นำไปสู่การปฏิบัติแต่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลา เช่น เรื่องการลดขนาดห้องเรียน เรื่องการยกเลิกการสอบ NT ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ได้รับไปดำเนินการแล้ว

ผู้ดำเนินรายการ        :    การลดขนาดห้องเรียนจะเกิดผลกระทบอย่างไรบ้าง

ผอ.สนผ.                :    ในเรื่องนี้ได้กำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานประมาณ ๕ ปี เช่น บางโรงเรียนเรียน Class Size จำนวน ๖๐ คน ปีถัดไปอาจลดลงเหลือ ๕๕ คน ๕๐ คน ๔๕ คน ๔๐ คน ตามลำดับ ภายในระยะเวลา ๕ ปี จะค่อย ๆ ลดลงได้ ไม่ได้เป็นการลดทีเดียวอย่างรวดเร็ว จะทำให้โรงเรียนไม่ได้รับผลกระทบ เด็กที่เกิดในอนาคตจะมีจำนวนลดลง เพราะฉะนั้น การลด Class Size ของโรงเรียนขนาดใหญ่ ทำให้โรงเรียนขนาดกลางซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน สามารถรับเด็กได้มากขึ้น โรงเรียนขนาดเล็กก็อาจจะรับเด็กได้มากขึ้น รัฐบาลจึงควรส่งเสริมโรงเรียนขนาดกลาง โดยให้โรงเรียนขนาดใหญ่เป็นพี่เลี้ยงของโรงเรียนขนาดกลาง ทำให้คุณภาพของโรงเรียนขนาดกลางดีขึ้น สามารถรองรับเด็กที่ลดลงจากโรงเรียนขนาดใหญ่ นอกจากนี้จะทำให้การศึกษาดีขึ้นเนื่องจากครูไม่ต้องดูแลเด็กต่อห้อง ต่อชั้นเรียน มากจนเกินไป

ผู้ดำเนินรายการ        :    แนวทางการดำเนินงานที่จะทำให้เกิดผลจริงได้ ควรเป็นอย่างไร

ผอ.สนผ.                :    ในการดำเนินงานต้องใช้ระยะเวลา เพราะถ้าดำเนินการในวันนี้ก็คงไม่ได้เห็นผลในวันนี้ คงต้องรอปีถัดไปว่า ถ้าการรับเด็กนักเรียนผลจะเกิดขึ้นอย่างไร คงต้องร่วมมือกันโดยให้หน่วยงานทางต้นสังกัดรายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมาธิการทราบว่า โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษที่ได้รับเด็กมากเกินไป ในปีหน้าและปีถัดไปจะรับเด็กได้จำนวนลดลงหรือไม่ โดยคงจะต้องมีการติดตามรายงานในเรื่องนี้ต่อไป

ผู้ดำเนินรายการ         :    ขอให้ท่านผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษา ฝากข้อคิดของการปฏิรูปการศึกษาที่จะทำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นจริงได้นั้น ควรจะต้องเตรียมพร้อมในเรื่องอะไร และอย่างไรบ้าง

ผอ.สนผ.                :    ในการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ รัฐบาลมีแนวนโยบายหรือแนวทางการกระจายอำนาจลงไปสู่สถานศึกษา และสถานศึกษาควรเตรียมความพร้อมที่จะรองรับการกระจายอำนาจ การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้สถานศึกษาจะมีความคล่องตัวและสามารถใช้อำนาจในการตัดสินใจมากขึ้น นอกจากนี้ในภาพรวมของระดับประเทศจะทำให้ ชุมชน สังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ่อแม่ ผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานเข้าเรียน รวมทั้งเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในครั้งนี้ สรุปได้ว่าทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันเป็นภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคสถานศึกษา และภาคประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ ด้วย

ผู้ดำเนินรายการ        :    วันนี้ก็จะพูดถึงการมีส่วนร่วมช่วยกัน และคิดว่าเด็ก ๆ ทุกคนคือลูกหลานของประเทศชาติที่จะมีส่วนช่วยในการพัฒนาประเทศร่วมกัน