ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
ชื่อผู้ใช้: รหัสผ่าน: จดจำข้อมูลการเข้าระบบ

กระทู้: อำนาจการบริหารการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

อำนาจการบริหารการศึกษาขององค์ก​รปกครองส่วนท้องถิ่น 8 ปี 2 วัน ที่ผ่านมา #1110

  • admin
  • รูปประจำตัวของ admin
  • ออฟไลน์
  • Fresh Boarder
  • จำนวนโพสต์: 2
เห็นด้วยและควรเร่งแก้ไขครับ
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้

อำนาจการบริหารการศึกษาขององค์ก​รปกครองส่วนท้องถิ่น 8 ปี 1 เดือน ที่ผ่านมา #552

  • admin
  • รูปประจำตัวของ admin
  • ออฟไลน์
  • Fresh Boarder
  • จำนวนโพสต์: 7
  • ขอบคุณที่รับ: 2
ประเทศไทยรับและนำเอาองค์ความรู้จากชาติตะวันตกที่เน้นการกระจายอำนาจการบริหารให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริหารจัดการตนเอง อาทิ ด้านการศึกษา การสาธารณสุข การอุปโภคบริโภค เป็นต้น ซึ่งหน่วยงานของชาติตะวันตกเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีศักยภาพและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการตนเอง บุคลากรความเชี่ยวชาญและชำนาญในด้านที่มีการกระจายอำนาจ ซึ่งต่างจากประเทศไทยที่หน่วยงานหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่มีศักยภาพและประสิทธิภาพในการบริหารตนเอง ในขณะที่ผู้บริหารเข้ามาบริหารโดยยึดโยงผลประโยชน์ พวกพ้อง และเครือญาติ ตลอดจนรัฐบาลยังขาดการทำวิจัยถึงผลดีและผลเสียของการถ่ายโอนหน่วยงานต่างๆ เข้าไปสังกัดในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งส่งผลกระทบหลายอย่างต่อคุณภาพของหน่วยงานหลังเข้าสังกัดในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะขอยกตัวอย่างหน่วยงานด้านการศึกษาซึ่งเป็นหน่วยงานที่ถูกถ่ายโอนไปสังกัดจำนวนมาก โดยแยกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มปฐมวัยหรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กลุ่มประถมศึกษา และกลุ่มมัธยมศึกษา
1. กลุ่มปฐมวัยหรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
เป็นกลุ่มที่มีการถ่ายโอนเข้าไปสังกัดในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากที่สุด ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่จะต้องพัฒนาการเรียนรู้ในด้านของพัฒนาการต่างๆ แก่เด็กนักเรียน ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังขาดผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กเล็ก ซ้ำร้ายบุคคลที่หน่วยงานท้องถิ่นคัดเลือกเข้ามาทำหน้าที่ดูแลทำให้เด็กที่เป็นต้นสายของระบบยังขาดทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญ เน้นประโยชน์ของเครือญาติ พวกพ้อง และระบบอุปถัมภ์ หากปล่อยไว้อาจทำให้เด็กไทยขาดทักษะและพัฒนาการที่สำคัญในด้านต่างๆ นับว่าเป็นผลกระทบร้ายแรงต่อส่วนต้นของระบบการศึกษาของประเทศไทย
แนวทางการแก้ไข
ก. ควรแก้กฎหมายเพื่อถ่ายโอนหน่วนงานศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและปฐมวัยให้เป็นนิติบุคคลที่อยู่ในความร่วมมือของกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข ในการส่งเสริมพัฒนาการและองค์ความรู้ให้กับเด็กเล็กๆ อย่างสมวัย
ข. เมื่อเป็นนิติบุคคลสถานศึกษาสามาถจัดหาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญในด้านพัฒนาการเด็ก การปฐมวัยมาทำการสอนและเลี้ยงดูเด็กในช่วงวัยนี้ได้โดยเฉพาะ
ค. จัดสรรงบประมาณโดยไม่ยึดโยงงบประมาณรายหัว ในการบริหารจัดการสถานศึกษา
2. กลุ่มประถมศึกษา
เป็นกลุ่มที่มีการถ่ายโอนค่อนข้างน้อย เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญในการพัฒนาการอ่านออก เขียนได้ และคิดเลขเป็นของเด็กนักเรียน ดังนั้นจึงต้องอาศัยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และเอาใจใส่ในการสอน ซึ่งกลุ่มนี้จะมีลักษณะปัญหาที่คล้ายคลึงกับกลุ่มศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและปฐมวัย
แนวทางการแก้ไข
ก. แก้กฎหมายเพื่อถ่ายโอนโรงเรียนในระดับประถมศึกษากลับมาเป็นนิติบุคคลในกระทรวงศึกษาธิการ เน้นการกระจายอำนาจลงสู่โรงเรียนอย่างแท้จริง ภายใต้การควบคุมของคณะศึกษาธิการอำเภอนั้นๆ ซึ่งจะทำให้โรงเรียนมีความคล่องตัวมากขึ้น
ข. โรงเรียนมีอำนาจในการจัดหาบุคลากรที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญให้ตรงกับสาขาวิชาเอกมากขึ้น สามารถจัดหาผู้บริหารสถานศึกษาที่มีคุณภาพโดยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นบุคคลในท้องที่ของตนเอง
ค. จัดสรรงบประมาณโดยไม่ยึดโยงรายหัวของนักเรียน แต่จัดสรรตามคุณภาพและความต้องการในแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ
3. กลุ่มมัธยมศึกษา
เป็นกลุ่มที่มีการถ่ายโอนจากกรมสามัญเดิม เป็นกลุ่มที่มีลักษณะของการบริหารที่แตกต่างจากใน 2 กลุ่มแรก ดังนั้นบุคลากรจะต้องมีความรู้และเชี่ยวชาญในวิชาเฉพาะ และได้รับการบริหารจากผู้บริหารที่มีความเข้าใจในการจัดการศึกษา ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของไทยขาดในส่วนนี้ เป็นผลให้โรงเรียนมัธยมศึกษาส่วนใหญ่ที่ถ่ายโอนเข้าสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีคุณภาพการศึกษาที่ดีขึ้น กลับย้ำอยู่กับที่และถ้อยหลังไปเรื่อยๆ มีการจัดสรรงบประมาณมากลงสู่ผู้บริหารและโครงสร้างพื้นฐานของสถานศึกษา เน้นการจัดสภาพแวดล้อมมากกว่าการส่งเสริมคุณภาพการศึกษา งบประมาณถูกใช้อย่างไม่ถูกจุด เพราะผู้บริหารขาดความเข้าใจในการพัฒนาการศึกษาที่ต้องอาศัยระยะเวลา
แนวทางในการแก้ไข
ก. แก้ไขกฎหมายเพื่อถ่ายโอนโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดกรมสามัญศึกษากลับเข้ากระทรวงศึกษาธิการในรูปของนิติบุคคล ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของคณะศึกษาธิการจังหวัดนั้นๆ ซึ่งจะส่งผลให้โรงเรียนมีการบริหารที่คล่องตัวมากขึ้น และกระทรวงศึกษาธิการยังสามารถตรวจสอบคุณภาพการศึกษาได้อย่างใกล้ชิดโดยคณะศึกษาธิการจังหวัดของแต่ละจังหวัด
ข. ให้คณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาในท้องที่นั้นๆ สามารถคัดเลือกผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพ คุณธรรม มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ได้อย่างแท้จริง โดยผ่านมติความเห็นชอบจากคณะศึกษาธิการจังหวัดอีกครั้งหนึ่ง
ค. จัดสรรงบประมาณทางการศึกษาโดยคำนึงถึงคุณภาพผู้เรียนและความต้องการจำเป็นของโรงเรียนเป็นสำคัญ

สรุป การจัดการศึกษาของประเทศไทยไม่ควรกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลอย่างเต็มรูปแบบ แต่ควรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนในฐานะหน่วยงานของท้องถิ่น สถานศึกษาทั้งหมดในทุกระดับและทุกประเภทควรอยู่ในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการในรูปแบบของนิติบุคคล คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพี้นฐานมีอำนาจในการบริหารโรงเรียนโดยผ่านความเห็นชอบจากคณะศึกษาธิการอำเภอ/จังหวัด มีการจัดสรรงบประมาณโดยคำนึงถึงความต้องการและคุณภาพของนักเรียน

"การจัดการศึกษาไม่ว่าในระดับใด ก็ไม่ควรยึดโยงหรืออยู่ภายใต้อำนาจนักการเมือง"
"ผู้บริหาร ครูและชุมชนเท่านั้นที่จะเป็นบุคคลที่มีสิทธิในการบริหารการศึกษาของตนเอง"
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: admin
เวลาที่ใช้ในการสร้างหน้าเว็บ: 0.256 วินาที